Logo

ปริญญาโทหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาการเมือง และการปกครอง

Master of Political Science Program in Politics and Government
 

ปัจจุบันสำนักวิชาการเมืองการปกครอง ได้บริหารจัดการหลักสูตรปริญญาโทแบ่งออกเป็น

  • ปริญญาโท 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองและการปกครอง แผน ก แบบ ก2 และ แผน ข

หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง แผน ก แบบ ก2

เรียนวันจันทร์ - ศุกร์ ระยะเวลาเรียนตามหลักสูตรจนสำเร็จการศึกษา 2 ปี หรือ 4 ภาคการศึกษา โดยหลักสูตรนี้มุ่งผลิตบุคลากรทางนักวิชาการ ที่มีความรู้ในเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการเมืองและการปกครองที่ลึกซึ้งและเข้มข้นกว่าในระดับปริญญาตรี เน้นการสร้างบัณฑิตให้มีความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยเกี่ยวกับการเมืองและการปกครอง ผู้เรียนต้องเรียนรายวิชาทั้งหมด 9 วิชา รวมจำนวน 27 หน่วยกิต และการทำวิทยานิพนธ์ อีก 12 หน่วยกิต รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 39 หน่วยกิต หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการเป็นนักวิชาการ, อาจารย์ในมหาวิทยาลัย, นักวิจัย หรือ เพื่อต้องการเพิ่มพูนความรู้สำหรับศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป

ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาในหลักสูตร:ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชา และต้องผ่านการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ อันเป็นไปตามระเบียบการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นรายปีไป

ค่าธรรมเนียมต่อภาคการศึกษา : 25,000 บาท (เหมาจ่าย)

หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง แผน ข

เรียนในเวลานอกราชการ เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ระยะเวลาเรียนตามหลักสูตรจนสำเร็จการศึกษา 2 ปี หรือ 4 ภาคการศึกษา โดยหลักสูตรนี้ มีจุดประสงค์เพื่อมุ่งสร้างบุคลากรให้มีความรู้ในทางการเมือง ตลอดจนมีความสามารถในการวิเคราะห์ วิจัย วางแผนงานต่าง ๆ อย่างมีหลักการและความรู้ทางทฤษฎีรองรับ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานได้ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน หลักสูตรนี้จะเน้นหนักด้านการประยุกต์ทฤษฎีเพื่อนำไปใช้พัฒนาหน่วยงานหรือต้นสังกัด หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการจะเพิ่มพูนความรู้ และนำไปพัฒนาหน่วยงานของตน หลักสูตรนี้ ผู้เรียนต้องเรียนรายวิชา 12 วิชา คิดเป็น จำนวน 33 หน่วยกิต และทำการค้นคว้าแบบอิสระอีก 6 หน่วยกิต เป็น 39 หน่วยกิต

ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาในหลักสูตร : ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชา มีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 1 ปี และเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ อันเป็นไปตามระเบียบการคัดเลือกของ                                                            มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นรายปีไป

ค่าธรรมเนียมต่อภาคการศึกษา : 40,000 บาท (เหมาจ่าย)

             รายละเอียดโครงสร้างหลักสูตรปีการศึกษา 2559

                  


 

 

 

ศ.ดร. ชาติชาย ณ เชียงใหม่

 

 

- สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
- ศาสตราจารย์ทางรัฐปประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
- ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) รหัสนักศึกษา 144314

จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การบริหารรุ่นใหม่ของประเทศที่มีโลกทัศน์กว้างไกล วิสัยทัศน์คมชัด คิดเป็นระบบและรู้วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลดีต้องมาเรียนรัฐศาสตร์ที่ มช.
 

 

นายธานินท์ สุภาแสน

 

 

- ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
- ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) รหัสนักศึกษา 164374
- รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง) รหัสนักศึกษา 3784468

รัฐศาสตร์ฯ มช. สอนอะไรให้ผมมากมายครับ ทั้งในเชิงวิชาการ และการใช้ชีวิตนอกห้องเรียนจากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยความรัก ความสามัคคีที่มีให้กันอย่างเข้มแข็งตลอดมา ผมจึงคิดว่าความเป็นรัฐศาสตร์ฯ มช. ของเราก็จะคงอยู่ตลอดไป "ผมภาคภูมิใจในความเป็นสิงห์ขาวครับ"
 

 

ร้อยตรีพงษ์เดช ศรีวชิรประดิษฐ์

 

 

- ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ท็อปเทค ไดมอนส์ ทูลส์ จำกัด
- ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) รหัสนักศึกษา 2404116

รัฐศษสตร์ มช. ไม่ได้แค่สอนเราให้มีหลักคิด แต่ได้สร้างคุณค่าของทั้งชีวิตให้กับเรา ชีวิต การงาน ความสำเร็จจะเกิดขึ้นในชีวิตของผมไม่ได้เลย ถ้าผมไม่มีรัฐศาสตร์ มช.
 

 

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์

 

 

- รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ
- รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง) รหัสนักศึกษา 3984495

องค์ความรู้ที่ได้รับจากคณาจารย์ ภาควิชารัฐศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2539 นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับผิดชอบตลอดมา เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการทำงาน แม้ในสถานการณ์ของชาติบ้านเมืองปัจจุบัน
 

 

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์

 

 

- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
- รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง) รหัสนักศึกษา 4484447

ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง ได้ระลึงถึงความผูกพันที่มีต่อคณะรัฐศษสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ได้พยายามนำความรู้ความสามารถที่ได้รับการประสิทธิ์ประสาทจากคณาจารย์มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อสังคม เพื่อพัฒนาเมืองเชียงใหม่และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวเชียงใหม่